ประวัติประเพณีออกหว่า
กำหนดการจัดงาน
แผนผังการจัดงาน
กิจกรรมในงาน
ลานวัฒนธรรม
องค์ประกอบของประเพณี
ตุงจ่อง
ต่อมก๊อม
สวยดอก
ต้นกล้วย
ต้นอ้อย
ไม้เกี๊ยะ
โคมไฟ
ต้นผึ้ง
หมากเบ็ง
ต้นเงิน
ธูปเทียน
ราชวัตร
ซุ้มราชวัตร
การตักบาตร
ศิลปวัฒนธรรม
รำนก(กินนรี)
รำกิ่งกะหล่า
 

กิจกรรมในงานประเพณีออกหว่า

 

1.การจัดทำซุ้มราชวัตร
การจัดทำซุ้มราชวัตร ( ปราสาทรับเสด็จพระพุทธจ้า) ชาวไตมักเรียกว่า “กยองเข่งปุด” เพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า ชาวอำเภอแม่สะเรียง เชื่อว่าในวันออกพรรษา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในวันนี้เองที่พุทธศาสนิกชนจะตกแต่งหน้าบ้านของตนเอง เป็นซุ้มราชวัตรประดับประดาด้วยโคมไฟ “โคมหูกระต่าย” ตกแต่งประดับประดาราชวัติ ด้วยดอกไม้ ต้นกล้วย ต้นอ้อย ช่อตุง ประทีบโคมไฟ  ประซุ้มประตูบ้านเป็นรูปปราสาทอย่างสวยงาม เพื่อประหนึ่งว่าต้อนรับพระพุทธเจ้าที่พระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมาที่เมืองสังกัสนคร ประเทศอินเดียสมัยนั้น (ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน : 2549)

 
 
ซุ้มราชวัตร ทำมาจากแผงราชวัตร แผงราชวัตร ทำมาจากไม้ไผ่สานขัดแตะ ขนาดประมาณ แผงละ สองเมตร นำมาต่อกันเป็นรูปร่าง ซุ้มปราสาท ด้านบนจะประดับจองภาราที่ทำจากโครงไม้ ติดกระดาษสีสันสวยงาม เป็นชั้น ๆ ทรงแหลมไปจรดปลายยอด มีลักษณะเหมือนหลังคาวัดแบบไทยใหญ่ ซึ่งเรียกว่า จองพารา
 
ประชาชนจะจัดทำซุ้มราชวัตรก่อนงานออกว่า อย่างน้อย 3-5 วัน โดยในแต่ละบ้านจะทำ ซุ้มราชวัตรเล็กๆ บริเวณหน้าบ้านของตนตามแต่ กำลัง และฐานะ แต่ในหนึ่งหมู่บ้าน หรือ ชุมชน จะมีศูนย์กลางซุ้มราชวัตรที่ชุมชนร่วมกันจัดขึ้น โดยใช้งบประมาณส่วนกลางของหมู่บ้าน และการ บริจาค และของเก่าที่เคยมีในปีที่ผ่านมา มาใช้ประดับประดา หากสนใจมาดูวิชีการจัดทำราชวัตร ก็สามารมาก่อนล่วงหน้างาน อย่างน้อย สองวัน คือก่อน วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี
 
ราชวัตรที่ทำไว้ ไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำขึ้นเพื่อบูชาพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ พร้อมกับ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หน้าบ้านของตน ใช้สำหรับการตักบาตร และในขณะที่รอพระสงฆ์ ชาวบ้านก็จะมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างข้างบ้าน พูดคุย เยี่ยมชม ราชวัตร ของกันและกัน นอกจากนี้ พ่อแม่ก็สามารถใช้ช่วงเวลาดังกล่าว สอนลูกหลาน ถึงประเพณีอันดีงามระหว่าที่รอพระสงฆ์
 

2  การทำบุญตักบาตร
กิจกรรมทำบุญตักบาตร เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของชาวอำเภอแม่สะเรียง เนื่องด้วยเป็นการตักบาตรที่เช้าที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ และจัดให้มีการตักบาตรจำนวน 3 วัน ซึ่งพระสงฆ์จะออกบิณฑบาตจากวัดต่าง ๆ ไปตามเส้นทางปกติที่ทำเป็นกิจวัติ มิได้เป็นลักษณะของการเกณฑ์พระสงฆ์มาบิณฑบาต แต่จะเป็นลักษณะวิถีชีวิต และพุทธศาสนิกชนในอำเภอแม่สะเรียงจะตักบาตรบริเวณหน้าบ้านของตนเอง สอดรับกับซุ้มราชวัตรที่ได้จัดทำไว้ ก่อนและหลังจากเสร็จกิจกรรมตักบาตรแล้ว บรรดาหนุ่มสาว จะเดินเที่ยวชมราชวัตรที่ได้ประดับประดาไว้ เป็นโอกาสที่จะได้พบปะ และทำความรู้จักกันอีกด้วย (ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน : 2549)

 
การทำบุญตักบาตรที่ แม่สะเรียง จะตักบาตร ตอนตีสอง เป็นต้นไป จำนวน สามวัน คือ ในวัน ขึ้น ๑๔ ค่ำ (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘) จะตักบาตรด้วยอาหารสุก ซึ่งมีความเชื่อว่า ถ้าตายไปจะได้กิน อาหารที่ตนได้ทำบุญไว้ ส่วนวันที่สองและสาม คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ (๒๗-๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๘) จะตักบาตรด้วยข้าวสารอาหารแห้ง
 

สถานที่ตักบาตรสำหรับนักท่องเที่ยว คือ บริเวณหน้าโรงแรม หน้าเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ถนนทุกสายในชุมชนที่มีการจัดทำราชวัตร สามารถไปร่วมกับ พี่น้องชุมชนได้ทุกชุมชน สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถซื้ออาหาร สำหรับตักบาตรได้ที่ตลาดเช้า ของอำเภอแม่สะเรียง มีให้เลือกครบคลัน

 

3  กิจกรรมแห่เทียนเหง
ในวันแรม 1-14 ค่ำเดือน 11 จะมีกิจกรรมประเพณีแห่เทียนเหงที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งเป็นเป็นประเพณีหนึ่งที่สืบทอดมาจากไทยใหญ่ เทียนเห็งเป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า เทียนพันเล่ม ไทยใหญ่เรียกว่า “หลู่เตนเหง”  คำว่า หลู่ แปลว่า ถวายหรือทาน คำว่า “เตน” แปลว่า เทียน และคำว่า “เหง” แปลว่า หนึ่งพัน  ชาวพื้นเมืองพูดกันว่า “ตานเตนเหง” หรือ แห่เทียนเหง แม้จะพูดกันเพี้ยนไปเป็นอย่างไร ประเพณีนี้ ก็คือประเพณีหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนทำเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  การตานเทียนเหง หรือการแห่เทียนเหง จะจัดขึ้นในช่วงวันแรม 1 –14 ค่ำเดือน 11  ส่วนมากจะทำกันเป็นกลุ่มบุคคล หรือองค์กร หรือวัดวาอาราม หรือผู้ที่มีเงินเป็นเจ้าภาพ เพราะกิจกรรมนี้ค่าใช้จ่ายสูงมาก องค์กรที่รับเป็นเจ้าภาพจะมีการบอกบุญไปยังเพื่อนสนิทมิตรสหายที่อยู่ใกล้ไกลมาร่วมจัดงานบุญ ร่วมกันจัดสิ่งของเครื่องไทยธรรม มีเทียนจำนวน 1 พันเล่ม โคมหูกระต่าย โคมกระบอก ตุงและตุงจ่องกรวยดอกไม้จำนวนอย่างละ 1 พัน ในวันคืนแห่เทียนเหง จะมีขบวนสตรีที่รับเชิญมาจากหมู่บ้านต่าง ๆ แต่งกายแบบหญิงไทยใหญ่ นำเครื่องไทยธรรมดังกล่าวร่วมขบวน และในวันนี้สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ ต้นโคมหูกระต่าย ที่ทำเป็นชั้น ๆ เหมือนฉัตรหรือรูปปิรามิด จำนวน 1 ต้น และต้นเกี๊ยะที่นำเอาไม้สนสามใบมาจักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ยาวประมาณ 2.5 เมตร แล้วนำมามัดรวมกันเป็นต้นเกี๊ยะ เพื่อจุดบูชาพระพุทธเจ้าหลังจากเสร็จพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว  ในขบวนก็จะมีการละเล่นที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชุมชน มีการแต่งตัวที่สมมุติเป็นเทพบุตร เทพธิดา และสัตว์ป่าหิมพาน นานาชนิด เช่น การฟ้อนโต การฟ้อนกิ่งกะหล่า การฟ้อนก๋ำเบ้อคง การฟ้อนเขียดแลว การฟ้อนผีโขน ฯลฯ มีฆ้องกลองละล้อซอซึงเล่นประโคมกันอย่างสนุกสนาน ถือการแห่เทียนเหง ที่จัดขึ้นในประเพณีออกหว่านั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ดังคำรจนาที่อาจารย์ศิริลักษณ์ ฉวี อาจารย์โรงเรียนแม่สะเรียง บริพัตรศึกษา ได้ประพันธ์ว่า “เทียนเหงพร่างตา ผ้าทอกระเหรี่ยง เสนาะเสียงสาละวิน งามถิ่นธรรมชาติ พระธาตุ สี่จอม กล้วยไม้หอมเอื้องแซะ” (ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน : 2549 หน้า 237 ,238)

 
 

7 กิจกรรม มวยไทย

มวยไทย เป็นศิลปการต่อสู้คู่กับคนไทย มายาวนาน ในงานประเพณีออกหว่า ก็ได้จัดให้มีกิจกรรมการชกมวยไทยขึ้น ในปีนี้จัดขึ้นที่ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอ แม่สะเรียง

 

8.กิจกรรมเวทีกลาง

เวทีกลาง บริเวณสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สะเรียง จะมีกิจกรรมการแสดง ความสามารถ และการประกวดต่างๆ ของเยาวชน การแสดงของเยาวชน การประกวด รำนก รำโต กลองยาว รำกิ่งกะหร่า การประกวดธิดาออกหว่า รายละเอียดตามกำหนดการจัดงาน

 

ลานวัฒนธรรม วัดอุทยารมย์ (วัดจองสูง)

 

4.ศิลปการแสดง
                     ศิลปะการแสดงที่ถือว่า เป็นศิลปะการแสดงที่นิยมจัดแสดงในวันออกหว่า เพราะพุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอแม่สะเรียงเชื่อว่า เมื่อพระองค์จะเสด็จนิวัตมนุษย์โลกในวันเพ็ญเดือน 11 พระโมคคัลลานได้บอกข่าวการเสด็จนิวัตของพระพุทธเจ้าไปจนหั่วทุกหนทุกแห่ง บรรดามนุษย์และสัตว์ที่สามารถมาได้ก็มารับเสด็จที่ สังกัสนคร ที่มาไม่ได้ก็จัดทำจองเข่งต่างปุ๊ด (ซุ้มปราสาทรับเสด็จ) ที่บ้านเรือนของตน พอถึงวันเพ็ญเดือน 11 จะจัดอาหารบิณฑบาตและขนมนมเนบไว้ถวายพระพุทธเจ้าที่เสด็จมาประทับยืนอยู่ที่บันไดแก้วแล้วเปล่งรัศมี 6 ประการ (ฉัพพรรณรังสี) นับแต่พรหมโลกจนถึงนรกอเวจีได้มองเห็นกันหมดสิ้น กิ่งนหรี่ (กินรี) กิ่งนะหร่า (กินนร) นากกา (นาค) กะหรุ่ง (ครุฑ)  ยักข๊ะ (ยักษ์) กั่นตัปปะ (คนธรรพ์) ผีลู ผีผาย ส่างซี่ (สิงโต)  และบรรดาสัตว์ 90 ประเภทมาแสดงความชื่นชมบุญบารมีและเดชานุภาพแห่งองค์พระมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่สนุกสนานกันทั่วไปทุกถิ่นแคว้น 

 
 

5 การประกวดธิดาออกหว่า (วัฒนธรรมการแต่งกาย)
          เนื่องด้วยประเพณีออกหว่า ได้รับอิทธพลจากชาวไทยใหญ่ ซึ่งการแต่งกายของบุรุตและสตรีจึงนิยมแต่งกายในชุดไทยใหญ่ การแต่งกายของชายไต กางเกงเป็นกางเกงขาก๊วย เป้าและขาเหมือนกางเกงชาวจีน เอวกว้างให้พับทบเข้ามาให้พอดีกับเอว เรียกว่า “ก๋นไต” คาดด้วยเข็มขัด เสื้อตัวในเป็นเสื้อเชิ้ต มีเสื้อกล้ามรองชั้นในอีกชั้นหนึ่ง เสื้อตัวนอกเป็นเสือคอกลมแขนยาว ไหล่เลยลงมาต่อตะเข็บตรงกลางแขนผ่าหน้าติดด้วยกระดุมขอดหน้าคู่ ด้านหนึ่งใช้ผ้าขดอเป็นหัวกระดุมลักษะ หัวแมลงวัน อีกด้านหนึ่งทำเป็นห่วงเย็บติดขนานกันเหลือห่วงตรงหัวผ้าเป็นหูกระดุมแล้วนำหัวกระดุมมาสอดเข้ากับหูกระดุม จะมีชายผ้าเป็นทางเย็บทอดต่อจากหัวและหูกระดุมทั้งสองข้างยาวด้านละประมาณ 2 นิ้ว ตัวยาวเท่าสะโพก เรียกว่า “เสื้อแต้กปุ่ง” มักใช้ในโอกาสที่เป็นงานพิธี ศรีษะโพกด้วยผ้าโผกศรีษะ   การแต่งกายของหญิง เสื้อชั้นในจะใช้เสื้อปักลายลูกไม้ที่ด้านหลัง ยกทรงเล็กน้อยตีเกล็ดถี่ ไว้บนทรง บ่าใหญ่ประมาณ 2 นิ้วมือ เป็นเสื้อผ่าหน้าใช้เข็มกลัดหรือติดกระดุมเรียกว่า “เสื้อปิ๊ดจ่า” สวนเสื้อไตหน้าต่อทับด้านนอก ผู้ใหญ่ใช้ “เสื้อไตหน้าแว๊ด” แบบเสื้อชาวจีน คอกลมแต่ชายเสื้อสั้นแค่เอว มีกระดุมขอดสอดกับหูกระดุมอีกด้านหนึ่ง เช่นเดียวกับเสื้อชาย หรือใช้กระดุมชุดที่ทำจากพลอยพม่า ถ้าใช้กระดุมชุดพลอยกระดุมผ้าที่เย็บติดกับตัวเสื้อจะเย็บเป็นหูทั้งสองข้าง ใช้ห่วงของกระดุมพลอยสอดคล้องกับหูของกระดุมผ้า แล้วใช้เม็ดพลอยลอดห่วงผ้าอีกข้างหนึ่งเพื่อลดรั้งให้ติดกันไว้ทั้งสองข้าง ผ้าซิ่น จะใช้ผ้าที่มีลดวลายเป็นส่วนใหญ่ เย็บตะเข็บเดียวเป็นผ้าถุงธรรมดา สมัยก่อนจะใช้ผ้าเนื้อนิ่มสีดำต่อตรงเอว  เรียกว่า “หัวซิ่น” เวลานุ่งผ้าก็จะเหน็บชายหัวซิ่นได้แน่น ใช้เข็ดขัดเงินคาดทับ (สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน, 2549)

 

ธิดา ออกหว่า

ธิดาออกหว่า เป็นการประกวดหญิงสาวที่แต่งกายในชุดไทยใหญ่ มีความสวยงาม ตามแบบสาวไต จะแต่งกายด้วยชุดไต ปักลายสวยงาม ซึ่งชุดไต หรือเป็นชุดประจำเผ่าของจังหวัด แม่ฮ่องสอน ที่ในประเพณีออกหว่า นิยมแต่งกายในชุดไตนี้

และธิดาออกหว่า ยังเป็นผู้รณรงค์ให้เยาวชน หันมาแต่งกาย ในชุดไต เพราะสวยงามและเข้ากับบรรยากาศประเพณีออกหว่า

รายละเอียดการสมัคร สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

ใบสมัครและหลักเกณฑ์

 

6  กิจกรรมไว้พระเก้าวัด

กิจกรรมไว้พระเก้าวัด เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นเรื่องที่แปลกที่เดียวที่ในเขตเทศบาลตำบลแม่สะเรียง มีวัดถึง ๙ วัดด้วยกัน ซึ่งแต่ละวัดก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยการนำของ นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนแม่ฮ่องสอน ได้สนับสนุน กิจกรรมดีๆ ไว้พระเก้าวัด แลกของที่ระลึก ติดตามข่าวสารจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประชาสัมพันธ์ทาง สวท.แม่สะเรียง อีกครั้ง

 

 
 
9. กิจกรรม สีสันแห่งโคม โดย อบจ.แม่ฮ่องสอน